เตือนภัย “โรคลำไส้อักเสบในสุนัข” โรคติดต่อที่ต้องระวัง!

 
 
 

สวัสดีค่ะทุกคน เมื่อไม่นานมานี้ครูโจอี้ได้มีโอกาสพาสุนัขไปพบสัตว์แพทย์และมีโอกาสได้คุยกับคุณหมอ ทางคุณหมอเตือนว่า ช่วงนี้มีสุนัขที่ป่วยด้วยโรคลำไส้อักเสบเข้ามารักษที่โรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก ให้ระมัดระวังสุนัขที่เลี้ยงกันด้วย ครูโจอี้จึงอยากพาทุกคนไปทำความเข้าใจกับโรค ลำไส้อักเสบในสุนัข เพื่อที่จะให้ทุกคนสามารถป้องกันและรับมือกับโรคนี้ได้อย่างถูกต้องกันนะคะ

 
 
 
 

สาเหตุของโรคลำไส้อักเสบในสุนัข

โรคลำไส้อักเสบในสุนัขเกิดจากการที่สุนัขติดเชื้อไวรัสพาร์โวในทางเดินอาหาร โรคนี้พบได้บ่อยในลูกสุนัขหรือสุนัขที่ยังได้รับวัคซีนป้องกันโรคไม่ครบ เชื้อไวรัสพาร์โวจะถูกขับออกมากับอุจจาระของสุนัขที่เป็นโรคลำไส้อักเสบประมาณ 5 วันก่อนแสดงอาการของโรค เชื้อไวรัสพาร์โวสามารถติดต่อได้จากการสัมผัสอุจจาระของสุนัขที่ติดเชื้อ หากสุนัขมีการรวมตัวกันและไปสัมผัสอุจจาระของสุนัขที่เป็นโรค หรือแม้กระทั่งเจ้าของสุนัขอาจจะเผลอนำเชื้อเข้ามาที่บ้านโดยไม่ได้ตั้งใจ และมีสุนัขตัวใดตัวหนึ่งติดเชื้อ โรคลำไส้อักเสบก็มีโอกาสแพร่ระบาดในบ้านได้เช่นกัน

อาการของโรคลำไส้อักเสบในสุนัข

สุนัขที่เป็นโรคลำไส้อักเสบ จะแสดงอาการประมาณ 5-7 วัน สุนัขบางตัวอาจจะมีระยะเวลาในการแสดงอาการของโรคยาวถึง 2 สัปดาห์ อาการของโรคลำไส้อักเสบที่เด่นชัดคือ

  • การอาเจียนบ่อยครั้ง
  • ถ่ายเหลว ในบางครั้งมีเลือดปะปนมากับอุจจาระภายใน 24-28 ชั่วโมง
  • กลิ่นอุจจาระเหม็นคาว
  • มีภาวะขาดน้ำ
  • เหงือกซีดและแห้ง
  • ไม่มีแรง
  • เซื่องซึม
  • ไม่กินอาหาร

หากคลำตรวจจะปวดเกร็งท้อง เนื่องจากลำไส้มีการอักเสบและขยาย หากสุนัขที่เป็นโรคลำไส้อักเสบไม่ได้รับการรักษาอาจจะมีอาการช็อค หมดสติ น้ำตาลต่ำ และเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ โรคลำไส้อักเสบในสุนัขยังอาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆได้เช่น ภาวะลำไส้กลืนกัน (Intussusception) การติดเชื้อในกระแสเลือด ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ภาวะติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ภาวะทางเดินหายใจและหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

 
 
 
 

วิธีรักษาโรคลำไส้อักเสบในสุนัข

โรคลำไส้อักเสบในสุนัขยังไม่มียารักษาที่ไปทำลายเชื้อไวรัสพาร์โวได้โดยตรง สัตว์แพทย์ทำได้เพียงวินิจฉัยและรักษาตามอาการ และป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน เพื่อให้ร่างกายของสุนัขกลับมาใกล้เคียงคำว่า ปกติ มากที่สุด การรักษาตามอาการ เช่น การแก้ไขภาวะขาดน้ำ สัตวแพท์อาจจะให้สารน้ำผ่านทางใต้ผิวหนังของสุนัข หากมีการขาดน้ำไม่มาก หรือหากมีภาวะน้ำตาลต่ำหรือภาวะไม่สมดุลอิเลคโตรไลท์ในเลือดจะพิจารณาให้สารน้ำทางหลอดเลือด การให้ยาตามอาการ หรือ การให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน หรือรักษาภาวะการติดเชื้อในกระแสเลือด การให้ยากระตุ้มภูมิคุ้มกัน หรือยาเสริมภูมิคุ้มกัน เป็นต้น

สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อมีสุนัขเป็นโรคลำไส้อักเสบ

หากในบ้านของคุณมีสุนัขหลายตัว และสุนัขตัวใดตัวหนึ่งแสดงอาการของโรค เช่น ท้องเสีย อาเจียน ให้ทำการแยกเลี้ยงสุนัขทันที เนื่องจากสุนัขตัวอื่นๆอาจจะไปสัมผัสอุจจาระที่มีเชื้อไวรัสพาร์โว ทำให้เชื้อแพร่กะจายเป็นวงกว้างได้ เพื่อป้องการแพร่ระบาดของโรคไปสู่สุนัขตัวอื่นๆ การแยกเลี้ยงจึงเป็นสิ่งที่ต้องรีบทำทันทีเมื่อมีสุนัขต้องสงสัยที่จะเป็นโรคลำไส้อักเสบ

 
 
 
 

การตรวจสอบว่าสุนัขเป็นโรคลำไส้อักเสบหรือไม่ สามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ด้วยชุดตรวจพาร์โว สามารถหาซื้อได้ในเว็บ Shopee / Lazada เลยนะคะ เพื่อนๆสนใจยี่ห้อไหนก็สามารถเลือกยี่ห้อที่ชอบได้เลย ภายในกล่องจะมีคู่มือสำหรับตรวจเชื้อไว้รัสมาให้ดังนี้

  • คู่มือในการใช้ชุดตรวจและวิธีการอ่านผล
  • ก้านเก็บตัวอย่างอุจจาระ
  • น้ำยาสำหรับทำการทดสอบ
  • ถาดทดสอบ

โดยการตรวจเชื้อพาร์โวจะต้องใช้อุจจาระมาทำการทดสอบ ชุดตรวจสามารถเกิดผลบวกลวงได้หากสุนัขเพิ่งได้รับวัคซีนนสุนัขรวมซึ่งในวัคซีนนั้นมีเชื้อไวรัสโรคลำไส้อักเสบติดต่ออยู่ด้วย ควรทำการทดสอบหลังทำวัคซีนรวมอย่างน้อย 2 อาทิตย์นะคะ

สำหรับลูกสุนัขที่ยังได้รับวัคซีนไม่ครบ ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่สุนัขมีการรวมตัวกันซึ่งเป็นบริเวณที่เป็นจุดเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค เช่น ตลาดสด หรือ สวนสาธารณะเป็นต้น

สุนัขที่หายจากโรคลำไส้อักเสบเรียบร้อยแล้วควรแยกเลี้ยงต่ออีกประมาณ 1 เดือนเป็นอย่างต่ำ ทำความสะอาดภายชนะต่างๆและบริเวรที่สุนัขอยู่ด้วยน้ำยาฟอกขาวหรือไฮเตอร์อย่างน้อย 15 นาที อย่าลืมตรวจสอบให้มั่นใจว่าน้ำยาฟอกขาวที่เราใช้ในการทำความสะอาดพื้นหรือภายชนะต่างๆนั้นระเหยไปหมด (ประมาณ 6 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับสุนัขได้ค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะกับข้อมูลดีๆที่ครูโจอี้นำมาฝากกันในวันนี้ ช่วงนี้ก็หลีกเลี่ยงการพาสุนัขไปบริเวณต่อการติดโรคกันก่อนนะคะ หรือหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ครูโจอี้เชื่อว่าทุกคนที่เข้ามาอ่านบทความนี้จะสามารถรับมือกับโรคนี้ได้อย่างถูกต้องแน่นอนค่ะ สำหรับครั้งต่อไปครูโจอี้จะมีเกร็ดความรู้ดีๆเรื่องอะไรมาฝากกันอีกต้องคอยติดตามนะคะ

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก โรงพยาบาลสัตว์เมืองเอก,Thonglor Pet Hospital
 
 
 

Pin It on Pinterest